Contests คืออะไร

Contests คืออะไร

จุดเด่นประการสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเสน่ห์ของการเทรด forex นั่นก็คือ การมี Contests หรือมีการจัดการแข่งขันครับ สำหรับการแข่งขันนั้น ในวงการ forex เป็นอย่างไร และมีรายการประเภทไหนที่น่าสนใจ วันนี้บทความนี้จะขอเสนอให้ทราบไปพร้อมกันครับ

Contests คืออะไร

Contests คือการจัดกิจกรรมการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลต่างๆในวงการ forex โดยปกติแล้วจะเป็นเรื่องของแต่ละโบรกเกอร์จะดำเนินการกันเอง โดยรางวัลจูงใจสำหรับแต่ละโบรกเกอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเงินรางวัลเป็นสำคัญแต่บางโบรกก็ให้รางวัลถึงขนาดเป็นรถยนต์หรูกันเลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณเลือกเทรด forex เป็นอาชีพแล้ว การมองหา Contests และเข้าร่วมแข่งขันกับเขาก็เป็นเรื่องที่น่าลองมิใช่น้อยครับ

วิธีการหา Contests

โดยปกติแล้วเมื่อเราสมัครเป็นสมาชิกกับทางโบรกเกอร์เพื่อเทรด forex ที่ใดก็ตาม ทางโบรกเกอร์ก็จะมีการจัดกิจกรรม Contests ซึ่งเป็นการแข่งขันที่เกี่ยวกับการเทรด forex ให้คุณได้เข้าร่วม โดยแต่ละโบรกเกอร์นั้นก็จะมีรูปแบบของการแข่งขันที่มีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละที่ หรือบางเว็บไซต์/บางเว็บบอร์ดที่เกี่ยวกับ Forex อาจจะมีการจัดการแข่งขันขึ้นด้วยเช่นกัน ก็ต้องคอยฟังข่าวหรือค้นหาข้อมูลดูครับ ซึ่งจะจัดถี่บ่อยเท่าไร รางวัลเป็นอย่างไรบ้าง เราก็สามารถหาอ่านได้ครับ หูไว้ตาไวสักนิด ก็จะได้มีสนามประลองทักษะการเทรด เผลอๆได้เงินใช้แถมเป็นเกียรติ์ประวัติแก่ตนเองอีกด้วย

ตัวอย่างประเภทของ Contests

รูปแบบของ Contests นั้นมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ก็แล้วแต่โบรกเกอร์หรือผู้จัดจะกำหนดรูปแบบหรือรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปก็มีประมาณนี้ครับ

Forex Demo Contests : เทรดเงินปลอม ชิงเงินจริง เป็นการแข่งขันฟอเร็กซ์ Contests  ด้วยบัญชี Demo โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเงินจริง ซึ่งรูปแบบนี้ทางโบรกเกอร์ต่างๆมักจัดขึ้นเพื่อให้นักเทรดทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ได้แข่งขันกัน ประโยชน์คือโบรกเกอร์จะได้สร้างแรงจูงใจแก่ลูกค้า และเป็นการประชาสัมพันธ์ทางด้านการตลาดของโบรกนั้นๆ ส่วนประโยชน์ที่เราจะได้คือ “เงินรางวัล” หากชนะในอันดับต่างๆ และยังเป็นโอกาสที่จะใช้สนามนี้ในการฝึกสกิลในการเทรด พร้อมทั้งมีผลต่อการสร้างแรงกดดันและแรงผลักดันในการต้องการเอาชนะ เพื่อใช้เป็นบาทฐานทางอารมณ์ในการเทรดด้วยเงินจริงต่อไป อันนี้สำคัญนะครับ ใครที่เทรดเงินปลอมได้สักพักผมแนะนำให้ไต่ระดับมาแข่ง Contests แบบนี้ดูครับ

Forex real Contests : เทรดเงินจริง ชิงเงินจริงแบบนี้จะพบน้อยกว่าแบบแรก ส่วนมากจะเป็นการจัดโดยเว็บบอร์ด Forex ที่มีขนาดใหญ่ๆ และจะทำในโอกาสสำคัญๆ เช่น ครบรอบ 6 ปี เป็นต้น เงื่อนไขการสมัครส่วนมากก็ได้แก่ต้องเป็นสมาชิกที่ทางเว็บนั้นเป็น Partner อยู่ โดยอาจจะมีการแฝงโดยการให้กดสมัครสมาชิกผ่านระบบ IB ที่เว็บนั้นทำไว้ให้ครับ อันนี้ผมแนะนำให้สมัครผ่านกับเขานั่นแหละครับดีแล้ว เงินทองจะได้ไม่รั่วไหลหมุนเวียนกันในสังคม Forex ของเรา เพราะถ้าสมัครผ่านเว็บโดยตรง โบรกเกอร์ซึ่งทั้งหมดเป็นของชาวต่างชาติเงินทั้งหมดที่เป็นกำไร ชาวต่างชาติก็เอาไปทั้งหมดครับ จะได้เป็นกำลังใจให้ IB สร้างสรรค์เว็บหรือลงบทความดีๆให้เราได้อ่านกันเยอะๆครับ ^_^

เงื่อนไขหลักของการแข่งแบบนี้คือต้องฝากเงินจริงในบัญชี แต่ก็ไม่มากครับ ราวๆหลักพันบาทต้นๆซึ่งผู้แข่งขันก็จะไม่หนักอะไรมากนัก ข้อดีคือถ้าคุณนั้นอย่างไรก็เทรดอยู่แล้ว แล้วหาจังหวะมาแข่งด้วย ถ้าชนะขึ้นมาก็ได้กำไรอีกต่อหนึ่ง พร้อมทั้งยังเป็นสกิลในการฝึกอารมณ์เชิงจิตวิทยาในการเทรดด้วย ลองคิดดูนะครับ เราใช้ทั้งเงินจริง ทั้งต้องแข่งขันกับคู่แข่งอีกมากมาย มันกดดันหรือสนุกกว่าเทรดตัวคนเดียวขึ้นอีกมาก สำหรับการแข่งประเภทนี้บางทีโบรกเกอร์ก็ให้แรงจูงใจสูงขนาดมอบรถยนต์ให้กับผู้ชนะกันเลยทีเดียว และแน่นอนเงื่อนไขหรือการฝากเงินเข้าเทรดในเริ่มแรกก็จะหนักขึ้นกว่ารางวัลที่เป็นรางวัลที่มีมูลค่าไม่สูงมากนักครับ

Week with CFD : เทรด CFD เป็นรายสัปดาห์เป็นการแข่งขันสำหรับการซื้อขายตราสาร CFD โดยจะจัดขึ้นเป็นรายสัปดาห์ มักจะเป็นบัญชี Demo ผู้ชนะซึ่งมักจะเป็นระดับ Top10 ของผู้แข่งขันทั้งหมด จะได้เงินรางวัลโดยจะโอนไปยังบัญชีเทรดจริงของผู้ชนะในรูปแบบโบนัส ซึ่งสามารถถอนได้เมื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด (เห็นไหมล่ะครับ อย่างไรโบรกก็มีเงื่อนไขให้เขาเองนั้นอย่างไรก็มีกำไรแฝงๆอยู่ดี)

Demo Option : แข่งเทรด binary options ด้วย Demo เป็นการแข่งขันด้วยบัญชีทดลอง สำหรับการเทรด binary options โดยผู้เทรดระดับ Top10 คือสิบอันดับคนที่มีผลการซื้อขายที่ดีที่สุด จะเป็นผู้ชนะ เงินรางวัลจะถูกโอนไปยังบัญชีจริงของผู้ชนะในรูปแบบโบนัส ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ของการแข่งขันและจำนวนเงินรางวัลระบุไว้ในหลักเกณฑ์ของการแข่งขันครับ

The KingSize MT5 : เทรดวันสำหรับ MT5  การแข่งขันสำหรับบัญชี Demo ด้วยโปรแกรม MetaTrader5 ที่แข่งขันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สำหรับ 10 อันดับสูงสุดจากการแข่งขัน จะได้รับเงินรางวัลโดยจะถูกโอนไปยังบัญชี Metatrader5 ของผู้ชนะในรูปแบบโบนัส (อันนี้เป็นการจูงใจให้คนใช้โปรแกรม Metatrader5)

The Trade Day : เทรดวันสำหรับ MT4 เป็นการแข่งขันสำหรับบัญชี MT4 โดยจะแข่งขันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ผู้เทรด 10 อันดับแรกที่มีผลลัพธ์การซื้อขายดีที่สุดจะถือเป็นผู้ชนะ โดยจะได้รับเงินรางวัลผ่านการโอนไปยังบัญชีของผู้ชนะในรูปแบบโบนัส ซึ่งสามารถถอนได้หลังจากเป็นไปตามข้อกำหนดทุกอย่างเท่านั้น

ประโยชน์ของ Contests

  • เพิ่มแรงกดดันและแรงจูงใจของบัญชี Demoจากที่ไม่มีผลได้ผลเสียอะไร ซึ่งในแง่ของจิตวิทยาทางด้านแรงกดดันและแรงจูงใจจะน้อยกว่าบัญชี real มาก การที่นักเทรด Forex ที่เทรดบัญชี Demo จนชำนาญดีแล้ว ลองชิฟตัวเองมาเข้าสนามแข่งขัน จะช่วยให้เห็นแรงกดดันในเกมส์นี้มากขึ้น และแน่นอนจะนำไปสู่การเรียนรู้ในการควบคุมอารมณ์ตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบสนามบัญชีจริงต่อไป
  • ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆในกรณีเทรดบัญชี Demo แต่เหนือสิ่งอื่นใดเราจะได้ซึ่งความภาคภูมิใจที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ และอาจจะเป็นเครื่องการันตี เพื่อการต่อยอดความน่าเชื่อถือในกรณีที่คุณจะผันตัวเองมาเป็นคนสอนเทรดหรือขายซิกแนลการเทรด Forex ครับ
  • ถือเป็นสนามฝึกวิชาการเทรดที่สามารถใช้ทดสอบกลยุทธ์ในการเทรดภายใต้เงื่อนไขต่างๆ เป็นการลับเขี้ยวเล็บไปในตัว และสำหรับบางท่านมองว่าเป็นเรื่องสนุกสนานและท้าทาย และอาจใช้เป็นเครื่องวัดประเมินตัวเองได้ว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้วคุณอยู่ในระดับไหน มีฝีมือมากน้อยขนาดไหน หรือต้องปรับปรุงอะไรบ้าง
  • โอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้น คนที่เทรดเงินจริงอยู่แล้ว เมื่อเข้าร่วมแข่งขัน นับเป็นการเพิ่มโอกาสให้ได้กำไรมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าคุณแพ้คุณก็เสมอตัว แต่ได้ประสบการณ์ในเกมส์ ในขณะที่คุณชนะคุณก็จะได้ความภาคภูมิใจ ประสบการณ์และเงินรางวัลอีกด้วย

วิธีแข่งขัน Contests ให้ชนะ

1.ตรวจสอบดูเงื่อนไขก่อน

สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำคือ ทำการตรวจสอบดูเงื่อนไขต่างๆของการแข่งขัน forex Contests เสียก่อน เพื่อที่ว่าคุณจะได้รู้ว่าเงินทุนของคุณ และความรู้ด้านการเทรด forex ที่คุณมีนั้นจะสามารถช่วยให้คุณมีโอกาสประสบกับชัยชนะในการเทรด forex Contests หรือไม่ ถ้าไม่อยู่ในวิสัยแม้เพียงเล็กน้อย ก็โปรดอย่าเข้าไป Contests ให้เสียเวลาครับ

2.เตรียมเงินทุนของคุณให้พร้อม

เมื่อทุกอย่างพร้อม ส่วนต่อไปที่คุณจะต้องทำคือ การเตรียมเงินทุนใน Balance ของคุณให้พร้อม พยายามเตรียมยอดเงินของคุณให้มากเสียหน่อย แต่อันนี้แล้วแต่เงื่อนไขนะครับ บางเกมส์เขาจะกำหนดยอดเฉพาะเพื่อความเสมอภาคกัน

3.จงเทรดตามวิธีของคุณเท่านั้น

มีแผนหรือยัง นี่เป็นคำถามสำคัญมาก เพราะหากคุณจะ Contests เพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเทรด forex คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแผนการที่สำคัญเสียก่อน เพื่อที่ว่าอย่างน้อยที่สุดแล้ว คุณจะได้เอาชนะได้ และรู้ว่าที่ตนเองชนะนั้นมาจากเรื่องใด หรือว่ามาจากเหตุการณ์ใดนั่นเองครับ

4.เรียนรู้อย่างจริงจัง

จงเรียนรู้อย่างจริงจังเสมอ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกกับคุณเมื่อคุณนั้นทำการเทรด forex และทำ Contests สำคัญที่สุดคือ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้อย่างจริงจังและเต็มที่ให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นแล้ว ความพยายามที่คุณลงมือทำไปนั้นก็จะสูญเปล่า ไม่เกิดประโยชน์ในเรื่องใดๆเลยนะครับ ดังนั้นจงเริ่มที่ตรงนี้เสมอๆ คือ “เรียนรู้ตลอดเวลา” ครับ โชคดีจร้า…. ^_^

 

โบรกเกอร์ ECN/STP คืออะไร

โบรกเกอร์ ECN/STP คืออะไร

โบรกเกอร์ ECN/STP คืออะไร

ประเภทของโบรกเกอร์แบบต่อมาที่เราจะมาศึกษากันคือโบรกเกอร์ ECN/STP ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคุณจะต้องพบเจอโบรกเกอร์ ECN/STP คำนี้อยู่พอสมควรทั้งจากโบรกเกอร์ที่คนไทยนิยมมากอย่าง Exness หรือโบรกเกอร์อย่าง FBS เป็นต้น ทำให้สงสัยว่าโบรกเกอร์ ECN/STP เป็นอย่างไรและมีประโยชน์กับนักเทรดอย่างไร ดังนั้นบทความนี้เรามาศึกษาถึงโบรกเกอร์ ECN/STP กันครับ

โบรกเกอร์ ECN/STP คืออะไร

ความหมายของ โบรกเกอร์ ECN/STP คือ โบรกเกอร์ที่เมื่อคุณเปิดบัญชีและทำคำสั่งซื้อ หรือขายแล้ว ระบบจะไม่มีการเก็บข้อมูลเข้ามาที่โบรกเกอร์ก่อนส่งคำสั่งออกไปยังส่วนกลาง คือระบบของโปรแกรมเทรด ทำให้คำสั่งซื้อสามารถแมต์กับราคาในตลาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดอาการรีโควต โดยโบรกเกอร์ ECN/STP มักจะถูกเปิดโดยนักเทรด forex แบบมืออาชีพแล้ว

ข้อดีของการเปิดโบรกเกอร์ ECN/STP

1.ข้อดีประการแรกคือ การสั่งคำสั่งซื้อหรือขาย สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และเร็วกกว่าโบรกเกอร์ในรูปแบบอื่นๆ โดยสามารถที่เร็วก็มาจากความเร็วในการส่งคำสั่งที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางคือโบรกเกอร์นั่นเอง

2.สามารถได้ราคาตรงกับราคาตลาดจริง เรื่องนี้ถ้าใครเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ประเภท DD แล้วจะสามารถเทียบความแตกต่างได้ทันทีครับ กล่าวคือหากเราเปิดบัญชีโบรกเกอร์ ECN/STP เราสามารถได้ราคาตามที่กดคำสั่งซื้อได้ตามราคาตลาดเลย

3.ไม่มีอาการรีโควท อาการนี้ผู้เขียนถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายมากที่สุด เพราะว่ามันทำให้เรานั้นไม่สามารถเทรดได้ตามราคาที่ตนเองต้องการ แต่ภายหลังจากที่ทำการเทรดเรียบร้อยแล้ว

ใครควรใช้โบรกเกอร์ ECN/STP

1.คนที่มีประสบการณ์ในการเทรดมากๆ หรือเป็นมืออาชีพแล้ว เพราะว่าการเทรดแบบนี้นั้นจะมีผลมากหากเป็นการเทรดด้วยมืออาชีพ และมีความเชี่ยวชาญในการอ่านและการใช้เครื่องมือหมดแล้ว

2.คนที่มีทุนค่อนข้างสูง อย่างน้อยก็ควรมีอยู่ที่ประมาณ 500 เหรียญขึ้นไป (ซึ่งปกติแล้วโบรกเกอร์ ECN/STP มักจะมีการบังคับที่ยอดจำนวนเท่านี้อยู่แล้ว)

บทสรุป

ในมุมมองของผู้เขียนมองเห็นว่า การที่คุณจะเปิดบัญชีแบบใดหรือว่าเป็นประเภทใดก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมเป็นสำคัญนะครับ เช่นถ้าเรามีเงินทุนในบัญชีไม่มากนัก อาจไม่ถึง 100 เหรียญอย่างนี้การเลือกโบรกเกอร์ ECN/STP อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับการเทรดของคุณ ดังนั้นจงเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับความเป็นตัวของเราจะดีที่สุดครับ

โบรกเกอร์ DMA/STP คืออะไร

โบรกเกอร์ DMA/STP คืออะไร

โบรกเกอร์ DMA/STP คืออะไร

หากจะพูดแต่เฉพาะความเป็นมืออาชีพแล้ว ใครที่เทรด forex จะต้องไม่พลาดในการเทรดกับบัญชี โบรกเกอร์ DMA/STP อย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นบัญชีที่สามารถช่วยให้เราเข้าถึงคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่าใคร และสามารถทำกำไรได้ทันที ไม่ต้องรอค่าสเปรดให้ต่ำลงแต่อย่างใด ดังนั้นมาทำความเข้าใจเพิ่มเติมกันเกี่ยวกับโบรกเกอร์ DMA/STP

โบรกเกอร์ DMA/STP คืออะไร

โบรกเกอร์ DMA/STP หมายถึงโบรกเกอร์ที่ไม่ต้องผ่านคนกลาง หรือตัวโบรกเกอร์ก่อนที่เราจะส่งคำสั่งซื้อเข้าสู่ส่วนกลาง เรียกว่าคำสั่งซื้อขายที่เราทำนั้นจะเข้าสู่ส่วนกลางทันที ซึ่งตรงนี้มีข้อดีทันทีเกิดขึ้นสองประการคือ 1.)คำสั่งซื้อขายของเราจะไปแมตท์ได้เร็วกว่าทุกบัญชี 2.) ทำให้เรานั้นได้ราคาของคู่เงินที่ต้องการได้ดีกว่าแบบอื่นๆ ดังนั้นมืออาชีพในการเทรด forex ทุกคนต่างเลือกเปิดโบรกเกอร์ DMA/STPกันทั้งสิ้น

ประโยชน์ของการเปิดโบรกเกอร์ DMA/STP

1.โบรกเกอร์ DMA/STP สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่าการเปิดกับโบรกเกอร์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากคำสั่งซื้อขายไม่ต้องวิ่งเข้ามาที่ส่วนกลางแต่อย่างใด แต่สามารถเดินทางไปถึงส่วนกลางได้ทันที

2.ผู้เทรด forex สามารถได้ราคาตามที่ตนเองต้องการมากกว่าการเทรดกับโบรกเกอร์ประเภทอื่น ซึ่งการได้ราคาที่ตรงตามเป้าหมาย สามารถทำให้การคำนวณทางเทคนิคเพื่อการทำกำไรมีความแม่นยำกว่ามาก

3.ค่าสเปรดเริ่มต้นจาก 0 หรือไม่มีค่าสเปรด ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่างแต่อย่างเ แต่ในบางโบรกเกอร์นั้นอาจมีการเรียกเก็บเป็นค่าคอมมิชชั่นแทน ซึ่งให้คุณพิจารณาเป็นกรณีๆไปนะครับ

ข้อจำกัดบางประการของโบรกเกอร์ DMA/STP

1.ต้องใช้เงินทุนในการเปิดบัญชีสูง โดยมากจะเริ่มต้นที่ 500 เหรียญ ในขณะที่บางโบรกเกอร์ การเลือกเปิดโบรกเกอร์ DMA/STP อาจต้องใช้เงินสูงมากถึง 2000 เหรียญเลยทีเดียว

2.คุณจะได้มูลค่าของเงินไม่สูงมากนัก (เลเวอเลจ) ซึ่งส่งต่อจำนวนของสัญญาที่ทำการเปิดกล่าวอย่างง่ายๆคือ คุณจะเปิดสัญญาการเทรดแบบ 5 สัญญา 10 หรือ 20 สัญญาในครั้งเดียวไม่ได้ครับ ซึ่งค่าเลเวอเลจที่พบบ่อยในโบรกเกอร์ DMA/STP คือ 1:100 หรือ 1:200 (แต่ผู้เขียนกลับมองว่าดีครับ เพราะทำให้เรามีสมาธิในการเทรดมากยิ่งขึ้น)

ใครบ้างที่เหมาะสมสำหรับโบรกเกอร์ DMA/STP

สำหรับคนที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเทรดกับโบรกเกอร์ DMA/STP คือคนที่มีความเชี่ยวชาญในการเทรด forex และสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องแล้วเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วหากคุณยังเป็นมือใหม่แต่มีทุน แม้เข้ามาเทรดกับโบรกเกอร์ DMA/STP ก็ไม่ได้ส่งผลให้คุณทำกำไรได้มากขึ้นแต่ประการใดครับ

โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD) คืออะไร

โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD) คืออะไร

โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD) คืออะไร

โบรกเกอร์ที่ให้บริการเราในตลาดนั้นจะแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทคือ แบบ DD หรือ โบรกเกอร์ Dealing Desks กับอีกแบบคือ NDD ซึ่งทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันในด้านการให้บริการการเทรด forex อย่างชัดเจน แต่สำหรับบทความนี้เราจะกล่าวเจาะประเด็นเฉพาะ DD เท่านั้น ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันครับ

ประเภทของโบรคเกอร์

โบรกเกอร์ ก็คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการรับส่งคำสั่งของเราเข้าไปสู่ตลาด Forex โดยโบรกเกอร์จะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1.Dealing Desk (DD) หรือที่เรียกว่า Market Maker คือ โบรกเกอร์ที่ดำเนินการผ่านเคาน์เตอร์จัดการ (Dealing Desk) จะมีห้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าไว้ และจะมีพนักงานคอยตรวจสอบข้อมูลของลูกค้า ออร์เดอร์ที่คุณสั่งก็จะอยู่ในมือของโบรกเกอร์ เมื่อเราทำการซื้อขาย โบรกเกอร์ก็จะทำการจับคู่กับอีกฝั่งหนึ่งให้เรา

2.No Dealing Desk (NDD) คือ โบรกเกอร์ที่มีการส่งข้อมูล ด้านคำสั่งซื้อขายของเราเข้าไปที่ส่วนกลางโดยตรง โดยที่ไม่ผ่าน server หลักของทางโบรกเกอร์ก่อน สามารถแยกย่อยได้อีก คือ

  • Straight Through Processing (STP) คือ การประมวลผลโดยตรง
  • Electronic Communication Network + Straight Through Processing (ECN+STP) คือ ระบบอัตโนมัติเพื่อเก็บคำสั่งซื้อที่ตรงกัน + การประมวลผลโดยตรง

ซึ่งในบทความนี้จะขอเจาะประเด็นแต่เพียง Dealing Desk (DD) นะครับ เนื่องจากประเภทอื่นๆได้เขียนอย่างละเอียดไว้ในหัวข้อนั้นๆแล้วครับ ลองคลิกอ่านดูได้ เพราะถ้ารวมกันไว้ที่นี้หมด หน้าเว็บจะยาวไป คนอ่านคงตาลายครับ..555

โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD) คืออะไร

โบรกเกอร์แบบ Dealing Desks (DD) หรือหลายคนอาจจะเรียกว่า  Market Maker คือ โบรกเกอร์ประเภทที่ไม่ได้ส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย ของเราเข้าสู่ตลาดกลางโดยตรง คือจะเป็นไปในลักษณะ

ตัวเรา —> สั่งคำสั่งซื้อเข้า MT4 —> โบรกเกอร์

โบรกเกอร์จะดำเนินการผ่านเคาน์เตอร์จัดการ (Dealing Desk) โดยจะมีห้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าไว้ และจะมีพนักงานคอยตรวจสอบข้อมูลของลูกค้า ออร์เดอร์ที่คุณสั่งก็จะอยู่ในมือของโบรกเกอร์ เมื่อเราทำการซื้อขาย โบรกเกอร์ก็จะทำการจับคู่กับอีกฝั่งหนึ่งให้เรา เช่น เมื่อเราเปิดคำสั่ง Buy EUR/USD จำนวน 1 lot โบรคเกอร์จะพยายาม หาคำสั่ง Sell ของลูกค้ารายอื่นๆ มาจับคู่ กับออเดอร์ Buy ของเรา โดยหากจับคู่ไม่ได้ ก็จะส่งออเดอร์ของเรา ไปให้ฝ่ายบริหารจัดการสภาพคล่องของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลขนาดใหญ่ที่พร้อมจะซื้อขายทางการเงินอยู่แล้ว ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของ broker เพราะโบรกเกอร์จะได้เงินจากค่าสเปรดโดยไม่ต้องถือออเดอร์ที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับออเดอร์ของเรา

ราคาที่เราเห็นในโบรกเกอร์ประเภทนี้จะเป็นราคาที่โบรกเกอร์เป็นตัวกำหนดขึ้นมาเอง เอาง่ายๆเลยก็คือราคาที่เราเห็นนั้นเป็นราคาอัตราแลกเปลี่ยนเทียม แต่โบรกเกอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอ้างอิงราคามาจากตลาดจริง รายได้ของโบรกเกอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมาจากค่าสเปรดครับ

ลักษณะของโบรกเกอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะ Fix Spread (Spread คงที่ไม่เปลี่ยน) และค่าบริการต่างๆจะค่อนข้างถูกด้วย

การทำงาน / กำไรที่โบรกเกอร์หรือเทรดเดอร์ที่จะได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราส่งคำสั่งไปยังโบรกที่เป็น Dealing Desk ถ้าเราได้กำไรจากตรงนั้นโบรกเกอร์ก็จะส่งคำสั่งไปที่แบงค์เพื่อหาลูกค้าคนอื่นๆ หรือไปที่แบงค์เพื่อเอาเงินมาให้เรา ส่วนที่เสียก็จะเป็นกำไรของโบรกเกอร์ไป และรายได้อีกอันหนึ่งของโบรกเกอร์ก็คือ Spread ของโบรกที่กำหนดไว้ตายตัว หรือเราเรียกว่า Market Maker โดย Dealing Desk จะเป็นคนกำหนดราคาอันตราแลกเปลี่ยนเอง ก็คือจะเป็นราคาของโบรกเกอร์ซึ่งไม่ใช่ราคาจาก Liquidity Provider (หรือเราเรียกว่า แบงค์ หรือ จาก บ.ที่ป้อนราคา บิด และ ออฟเฟอ ให้กับโบรกเกอร์) ซึ่งเราจะไม่เห็นราคาจริงๆ จากแบงค์ครับ

โบรกเกอร์ DD  จะมีห้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าไว้ และจะมีพนักงานคอยตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าบางคนที่โบรกเกอร์สามารถรับกินเองได้ ก็จะดักไว้กินเอง จะไม่ส่งเข้าตลาดฟอเร็ก  แต่ถ้ากินไม่ได้ก็จะกินแต่สเปรด และส่งข้อมูลของลูกค้าเข้าตลาด

โบรกเกอร์ DD จึงคล้ายๆคนเดินโพยหวย (แต่จะซับซ้อนกว่ามากๆ) สมมุติว่าคุณเป็นคนเดินโพยหวย งวดนี้มีคนแทงหวย 2 ตัว (เลขท้าย 2 ตัว เลขที่จะออกได้จะมีตั้งแต่ 00, 01, … 99 ทั้งหมด 100 ตัว) ซึ่งแทง 1 บาทถ้าถูกจะได้ 70 บาท เกิดงวดนี้มีคนแทงเลขต่างๆ มา หลังจากสรุปผลก่อนนำส่งเจ้ามือแล้ว มีเลขแตกต่างกันถึง 80 ตัว (มี 20 ตัวไม่มีใครแทงเลย) ง่ายๆ ว่าแทงตัวละ 10 บาทเท่ากันหมด

ถามว่าคุณจะนำส่งเจ้ามือหรือไม่ คุณก็ต้องคิดว่า ถ้าคุณส่งเจ้ามือคุณได้เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ แล้วถ้าคุณเก็บไว้เอง ไม่นำส่ง คุณจะได้เท่าไหร่ แน่นอนถ้าเก็บไว้เองก็จะได้เงินเท่ากับ 80×10=800 บาท ถ้าเกิดหวยออกใน 20 ตัวที่ไม่มีใครแทงก็จะได้เต็มๆ 800 แต่สมมุติหวยออกใน 80 ตัวที่มีคนแทง คุณก็จะต้องจ่ายเท่ากับ 10×70=700 (แทง 10 บาท จ่ายบาทละ 70) ก็ยังได้กำไร= 800-700=100 บาท

จะเห็นว่าคุณไม่มีสิทธิ์ขาดทุนเลยใช่ไหมครับ ถ้ามีการแทงกันกระจายเกือบครบทุกตัวแบบนี้ ที่นี้ด้านคนซื้อหวย กระทบอะไรหรือไม่ ก็ไม่กระทบครับ แทงถูก 10 บาทก็ได้ 700 เหมือเดิมครับ

อันนี้ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ นะครับ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับพวกบ่อนการพนัน และพวกนายหน้า หรือคนเดินโพยทั่วไปใช้อยู่เป็นปกติ ย้ำว่าเป็น “ปกติ” นะครับ และมันไม่ได้กระทบกับผู้เล่น แต่เป็นการเพิ่มรายได้ให้คนเดินโพย

กลับมาที่ DD อาจจะต้องซับซ้อนกว่า และอาศัยข้อมูลประกอบมากขึ้นครับ เขามีระบบคอมพิวเตอร์คำนวณและเปรียบเทียบตัดสินใจหลายๆด้าน เพื่อให้ DD เองมีกำไรมากขึ้นนอกจาก spread อย่างเดียว นั่นมันก็เรื่องของ DD ครับ ไม่กระทบเราก็พอแล้ว

เราจะเลือกโบรกเกอร์ประเภทไหนดี?

โบรกเกอร์แต่ละประเภทก็จะมีข้อดี-ข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป เราจึงควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง หรือประเมินจากการยอมรับได้ด้วยเหตุผลเฉพาะตัวของเราเองอย่างเช่น ประเภท Dealing Desk (DD) ก็จะมีค่าบริการที่ค่อนข้างถูกและสเปรดคงที่ (Fix Spread) และประเภท No Dealing Desk (NDD) ก็จะมีค่าบริการค่อนข้างสูงกว่าแต่ก็ได้รับบริการที่สูงกว่า และความปลอดภัยที่มากกว่า มาชดเชยครับ

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรต้องเข้าไปดูเงื่อนไขของโบรกเกอร์แต่ละบริษัทด้วยนะครับว่าเป็นอย่างไร และมีความน่าเชื่อถือสูงหรือไม่ เพราะบางทีโบรกเกอร์บางบริษัทในรูปแบบประเภท Dealing Desk (DD) อาจจะมีความน่าเชื่อถือกว่าโบรกเกอร์บางบริษัทที่เป็นประเภท No Dealing Desk (NDD) ด้วยซ้ำไปครับ

ปัจจุบันนี้ มีโบรกเกอร์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นทำให้มีการแข่งขันกันอย่างมาก ดังนั้น โบรกเกอร์ต่างๆก็พยายามทำให้ตัวเองมีข้อดี มีจุดเด่นเยอะๆ เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้า และถ้ามีข้อเสียมากเท่าไหร่ลูกค้าก็จะยิ่งมีน้อยลงไปเท่านั้น เพราะเดี๋ยวนี้การสมัครโบรกเกอร์ ตลอดจนกระทั่งการยืนยันตัวตนนับเป็นเรื่องง่ายๆแล้ว ลูกค้าเมื่อเห็นว่าโบรกไหนไม่เวิร์คก็สามารถเปลี่ยนใจไปใช้อีกโบรกได้โดยใช้เวลาไม่นาน เป็นสาเหตุให้โบรเกอร์ส่วนใหญ่จะไม่โกงหรือเอาเปรียบลูกค้าแบบโต้งๆหรอกครับ เน้น !.. แค่ส่วนใหญ่เท่านั้นเองนะครับ ถ้าคุณโชคร้ายไปเจอส่วนน้อย ก็รีบเปลี่ยนซะครับ….^_^

ตัวอย่างโบรกเกอร์ที่เป็นแบบ โบรกเกอร์Dealing Desks (DD)

1.โบรกเกอร์ FBS

2.โบรกเกอร์ FXCL(Fix Spread)

3.โบรกเกอร์ Fxprimus

4.โบรกเกอร์ Exness(mini, cent) เป็นต้น

โดยโบรกเกอร์ระบบ DD / Market Maker ที่น่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่จะ Fix Spread (Spread คงที่ไม่เปลี่ยน) ครับ

โบรกเกอร์ No Dealing Desks (NDD) คืออะไร

โบรกเกอร์ No Dealing Desks (NDD) คืออะไร

โบรกเกอร์  No Dealing Desks (NDD) คืออะไร

ปกติแล้วเวลาเราทำการเทรด forex เราจะต้องส่งคำสั่งซื้อ-ขาย เข้าไปที่โบรเกอร์เสียก่อน ซึ่งการทำแบบนี้นั้น บางทีเราอาจมีความรู้สึกครางแคลงใจว่า อาจมีการเก็บข้อมูลของเราเพื่อเอาไปทำสถิติในการเทรด หรืออื่นๆ ซึ่งอาจมีการตุกติกเกิดขึ้น(คิดแบบโลกไม่สวยน่ะครับ) ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ จึงมีโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desks (NDD) หรือแปลง่ายๆว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ไม่ผ่านตัวกลางนั่นเอง ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น มาศึกษาไปพร้อมๆกันครับ

ประเภทของโบรคเกอร์

โบรกเกอร์ ก็คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการรับส่งคำสั่งของเราเข้าไปสู่ตลาด Forex โดยโบรกเกอร์จะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1.Dealing Desk (DD) หรือที่เรียกว่า Market Maker คือ โบรกเกอร์ที่ดำเนินการผ่านเคาน์เตอร์จัดการ (Dealing Desk) จะมีห้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าไว้ และจะมีพนักงานคอยตรวจสอบข้อมูลของลูกค้า ออร์เดอร์ที่คุณสั่งก็จะอยู่ในมือของโบรกเกอร์ เมื่อเราทำการซื้อขาย โบรกเกอร์ก็จะทำการจับคู่กับอีกฝั่งหนึ่งให้เรา

2.No Dealing Desk (NDD) คือ โบรกเกอร์ที่มีการส่งข้อมูล ด้านคำสั่งซื้อขายของเราเข้าไปที่ส่วนกลางโดยตรง โดยที่ไม่ผ่าน server หลักของทางโบรกเกอร์ก่อน สามารถแยกย่อยได้อีก คือ

  • Straight Through Processing (STP) คือ การประมวลผลโดยตรง
  • Electronic Communication Network + Straight Through Processing   (ECN+STP) คือ ระบบอัตโนมัติเพื่อเก็บคำสั่งซื้อที่ตรงกัน + การประมวลผลโดยตรง

ซึ่งในบทความนี้จะขอเจาะประเด็นแต่เพียง No Dealing Desk (NDD) นะครับ เนื่องจากประเภทอื่นๆได้เขียนอย่างละเอียดไว้ในหัวข้อนั้นๆแล้วครับ ลองคลิกอ่านดูได้ เพราะถ้ารวมกันไว้ที่นี้หมด หน้าเว็บจะยาวไป คนอ่านคงตาลายครับ..หุหุ

โบรกเกอร์  No Dealing Desks (NDD) คืออะไร

No Dealing Desks (NDD) มีความหมายว่าโบรกเกอร์ที่มีการส่งข้อมูล ด้านคำสั่งซื้อขายของเราเข้าไปที่ส่วนกลางโดยตรง โดยที่ไม่ผ่าน server หลักของทางโบรกเกอร์ก่อน (ไม่ส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าผ่านเคาน์เตอร์จัดการ (Dealing Desk) คือไม่ผ่านห้องตรวจสอบข้อมูลของลูกค้า) ซึ่งหมายความว่าโบรคเกอร์นั้นไม่ได้หาผลประโยชน์ทางด้านอื่นในการเทรดของลูกค้าเลย ที่โบรคเกอร์ทำก็เพียงแค่เชื่อมโยงทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันเท่านั้น

โบรกเกอร์ NDDs จึงเป็นเหมือนผู้สร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองที่ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยตรง โดยโบรกเกอร์ NDDs จะมีรายได้จากการเรียกเก็บค่านายหน้าที่มีขนาดเล็กมากสำหรับแต่ละการซื้อขาย หรือคิดแค่ค่าสเปรดเพียงเล็กน้อย

แต่…ลักษณะของโบรกเกอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีสเปรดที่ไม่คงที่และอาจจะมีค่าคอมมิชชั่น แล้วค่าบริการต่างๆที่อาจจะมีราคาสูงกว่าแบบ Dealing Desk (DD) ครับ



ถ้าเป็นแบบนี้จะเลือกโบรกเกอร์ประเภทไหนดี?

โบรกเกอร์แต่ละประเภทก็จะมีข้อดี-ข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป เราจึงควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง หรือประเมินจากการยอมรับได้ด้วยเหตุผลเฉพาะตัวของเราเองอย่างเช่น ประเภท Dealing Desk (DD) ก็จะมีค่าบริการที่ค่อนข้างถูกและสเปรดคงที่ และประเภท No Dealing Desk (NDD) ก็จะมีค่าบริการค่อนข้างสูงกว่าแต่ก็ได้รับบริการที่สูงกว่า และความปลอดภัยที่มากกว่า มาชดเชยครับ

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรต้องเข้าไปดูเงื่อนไขของโบรกเกอร์แต่ละบริษัทด้วยนะครับว่าเป็นอย่างไร และมีความน่าเชื่อถือสูงไม เพราะบางทีโบรกเกอร์บางบริษัทในรูปแบบประเภท Dealing Desk (DD) อาจจะมีความน่าเชื่อถือกว่าโบรเกอร์บางบริษัทที่เป็นประเภท No Dealing Desk (NDD) ด้วยซ้ำไปครับ

ปัจจุบันนี้ มีโบรกเกอร์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นทำให้มีการแข่งขันกันอย่างมาก ดังนั้น โบรกเกอร์ต่างๆก็พยายามทำให้ตัวเองมีข้อดี มีจุดเด่นเยอะๆ เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้า และถ้ามีข้อเสียมากเท่าไหร่ลูกค้าก็จะยิ่งมีน้อยลงไปเท่านั้น เพราะเดี๋ยวนี้การสมัครโบรกเกอร์ ตลอดจนกระทั่งการยืนยันตัวตนนับเป็นเรื่องง่ายๆแล้ว ลูกค้าเมื่อเห็นว่าโบรกไหนไม่เวิร์คก็สามารถเปลี่ยนใจไปใช้อีกโบรกได้โดยใช้เวลาไม่นาน เป็นสาเหตุให้โบรเกอร์ส่วนใหญ่จะไม่โกงหรือเอาเปรียบลูกค้าแบบโต้งๆหรอกครับ เน้น !.. แค่ส่วนใหญ่เท่านั้นเองนะครับ ถ้าคุณโชคร้ายไปเจอส่วนน้อย ก็รีบเปลี่ยนซะครับ….^_^

ประโยชน์ของการเลือกโบรกเกอร์  No Dealing Desks (NDD)

1.ส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ข้อแรกของการใช้ No Dealing Desks (NDD) คือ เราสามารถทำคำสั่งซื้อหรือขายไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความเร็วตรงนี้มีผลโดยตรงต่อการเทรด forex เพราะยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ตลาดมีการแกว่งตัวแรงๆ ถ้าเราสามารถเข้าไปเทรดได้ทัน นั่นหมายความว่าเราสามารถทำเงินและทำกำไรได้เร็วกว่ามากกว่า หรือรีบตัดการขาดทุนได้เร็วกว่าโบรกเกอร์ที่ไม่ใช่ No Dealing Desks (NDD) ครับ

2.ได้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาจริง

ข้อนี้จะมีส่วนสำคัญช่วยให้เรานั้นสามารถเลือกกลยุทธ์ในการทำการตลาดได้ง่ายยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากราคาที่มีความใกล้เคียงกับราคาจริงมากๆนั่นเอง ถ้าเป็นโบรกเกอร์ที่ไม่ใช่เป็นแบบ NDD แล้ว ก็อาจจะไม่สามารถทำลักษณะแบบนี้ได้

3.ค่าเสปรดมีการแกว่งตัวหลายแบบ

ข้อดีต่อมาคือเรื่องของค่า สเปรดที่มีการแกว่งตัวหลายแบบขึ้นอยู่กับลักษณะ และช่วงเวลาของการเทรด หลักการง่ายๆคือ ถ้าช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เข้าทำการเทรด forex ในคู่เงินนั้นน้อยๆ ก็จะทำให้ค่าตัวนี้มีราคาสูง แต่ในทางตรงกันข้าม ก็จะทำให้มีราคาต่ำเช่นกัน จึงสามารถประยุกต์ข้อมูลตรงนี้ในการวางแผนการเทรดได้ อย่างเช่น การชิพไปเทรดในคู่เงินที่มีสเปรดต่ำๆครับ

โบรกเกอร์ที่เป็นแบบโบรกเกอร์  No Dealing Desks (NDD) 

ได้แก่

1.โบรกเกอร์ exness

2.โบรกเกอร์ FBS

3.โบรกเกอร์ instaforex

4.โบรกเกอร์ forex4you

บทสรุป

จะเห็นว่าการเทรด forex นั้นหากเราเลือกโบรกเกอร์ประเภท โบรกเกอร์  No Dealing Desks (NDD) เราจะรู้สึกมีความมั่นใจกว่าการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่ใช่แบบนี้เนื่องจากว่า ทำให้เรารู้สึกว่าข้อมูลต่างๆนั้นจะไม่ถูกขโมยออกไป หรือว่าเอาไปเล่นตุกติกก่อน อาจเป็นผลที่ทำให้เราได้กำไรน้อยลง ทำให้มั่นใจได้ว่า ราคาซื้อขาย ของคุณ เป็นอิสระจากการแทรกแซงทำให้คุณสามารถจดจ่อกับการซื้อขายของคุณได้เป็นอย่างดี และสามารถ ส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว ได้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาจริง ซึ่งนี่ถือเป็นคำศัพท์อีกคำที่สำคัญมาก ดังนั้นก่อนเลือกโบรเกอร์อันไหน อย่าลืมดูรายละเอียดในแง่มุมต่างๆให้ชัดเจนด้วยนะครับ